พระปางนาคปรก ๙ เศียร
   
   
ชื่อพระ : พระปางนาคปรก ๙ เศียร
ร้าน : นายอินทัชสปีริตพระเครื่อง
โทร : 061-5706393
สถานะ :
ราคา : 2,900
รายละเอียด :
พระปางนาคปรก พญานาค ๙ เศียร
ขนาดฐาน 1.4 นิ้ว สูง 2.4 นิ้ว
เนื้อทองผสม เปียกทอง ฝีมือช่างรุ่นเก่า สวยงามมาก
หล่อหนา + อุดดินไทย..โดยรวมสวยงามมาก
*******พญานาค ๙ เศียร******
องค์พญาวิรูปักษ์เขมหานาคราชเจ้าวิสุทธิเทวา
ซึ่งเป็นหนึ่งในเทวดาจตุโลกบาล อยู่สวรรค์ชั้นจุตมหาราชิกา
มีเขตปกครองด้าน ทิศตะวันตก ของสวรรค์
เป็นจอมแห่งพญานาค ทั้งปวง
น่าจะเป็นเทพทางสายพุทธศาสนา เพราะสวรรค์ชั้นนี้เป็นคติในศาสนาพุทธ
จากสวรรค์ทั้ง 6 ชั้น
มีพระวรกายสีทอง พระนาภีสีทอง และพระเศียรสีทอง
พูดง่ายๆสีทองทั้งองค์ อยู่ในตระกลูวิรูปักขะ
แต่ดวงเนตรสีขาวอมฟ้าเหมือนตามนุษย์
ด้วยเหตุที่ท่านเป็นเทวดาแปลง...แผลงเศียรได้ ๙ เศียรหรือกว่านั้น
เมื่อท่านเสด็จประพาสบาดาล มักจะมาประทับอยู่กับพระวรชา องค์นางพญานพเกตุนาคิณีวิสุทธิเทวี
*************
ในหนังสือปฐมสมโพธิกถาของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสก็ดี หนังสือพุทธานุพุทธประวัติของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสก็ดี หนังสือพุทธประวัติทัศนะศึกษาของพระธรรมโกศาจารย์ (ชอบ อนุจารีเถระ) ก็ดี และพระคันถรจนาจารย์อีกหลายท่านได้บรรยายเนื้อหาภาพพุทธประวัติในปางนี้เนื้อหาใจความใกล้เคียงกันว่า ...ในต้นสัปดาห์ที่ ๖ หลังจากทรงตรัสรู้ พระพุทธองค์ทรงเสวยวิมุติสุข ณ มุจลินทพฤกษ์ (ไม้จิก) อันประดิษฐานทางปราจีนทิศแห่งมหาโพธิพฤกษ์ประทับกระทำสมาธิอยู่ภายใต้ร่มไม้นั้นเป็นเวลา ๗ วัน ในกาลนั้นฝนได้ตกพรำอยู่ตลอด ๗ วัน พญานาคมีนามว่า “มุจลินทร์นาคราช” มีอานุภาพมากอยู่ในสระโบกขรณี ใกล้ต้นมุจลินท์นั้น มีความเลื่อมใสในพระศิริวิลาสพร้อมทั้งพระฉัพพรรณรังสีของพระพุทธองค์ เกรงว่าพระพุทธองค์จะเปียกฝน จึงขนดกายเป็น ๗ รอบ แวดวงองค์พระศาสดาแล้วแผ่พังพานอันใหญ่ ปกป้องเบื้องบนพระอุตมังคศิโรตม์หวังประโยชน์จะไม่ให้ฝนมากระทบต้องพระวรกาย ครั้นล่วง ๗ วันแล้ว ฝนหายขาด พญานาคก็คลายขนด จำแลงกายเป็นมาณพเข้าไปถวายอัญชลีเฉพาะพระพักตร์ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเปล่งอุทานว่า “ความสงัดเป็นสุข สำหรับบุคคลผู้มีธรรมอันเห็นแล้วยินดีอยู่ในที่อันสงัด รู้เห็นตามความเป็นจริง ความไม่เบียดเบียน ความสำรวมในเหล่าสัตว์ทั้งหลาย ความไม่พยาบาทปราศจากราคาทิกิเลส เหตุล่วงเสียซึ่งกามสุขในโลกนี้ และขจัดเสียซึ่งราคี คืออัสมิมานะ ละขาดจากสันดานและสุขอันนั้น ก็จะได้รับบรมสุขเกษมสันต์ประเสริฐโดยแท้” เมื่อเปล่งวาจาดังนี้แล้วก็ลุกจากโคนต้นมุจลินท์ไปสู่โคนไม้เกด...
ข้อพิจารณา ในเนื้อหานั้นนาคราช ขนดกายรอบองค์พระศาสดา ๗ รอบ และแผ่พังพานใหญ่ปกป้องเบื้องบนพระอุตมังคสิโรตม์ (ศีรษะ) (หากพิจารณาข้อความดังกล่าว แสดงว่า พระวรกายของพระพุทธเจ้าจะถูกบังด้วยขนด คงมองเห็นเพียงพระวรกายส่วนพระอุระ (อก) ขึ้นไปเท่านั้น แต่ภาพที่ปรากฏพระพุทธองค์จะนั่งบนขนดนาคราช) สำหรับเศียรที่แผ่พังพานนั้น มีเพียงเศียรเดียวเท่านั้นภายหลังนักจิตรกรรมหรือประติมากรรม มักวาดหรือปั้นให้เป็น ๗ เศียรบ้าง ๙ เศียรบ้าง เข้าใจว่าน่าจะเป็นการวาดหรือปั้นให้เป็นธรรมาธิษฐานดังนี้
๗ เศียร อาจเกิดมาจากความเชื่อที่ว่าเลข ๗ มีส่วนเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าในวาระสำคัญ เช่นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน เช่น ในวันประสูติ พระพุทธเจ้า ทรงดำเนินได้ ๗ ก้าว เมื่อเสด็จออกผนวชแสวงหาทางพ้นทุกข์ ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ในปีที่ ๗ หลังตรัสรู้แล้ว ทรงใช้เวลา ๗ สัปดาห์ เสวยวิมุตติสุขบริเวณอัสสัตถโพธิ์พฤกษ์ที่ตรัสรู้ทั้งหมด ๗ แห่ง แห่งละ ๗ วัน เมื่อมีพระชนมายุ ๘๐ พรรษา ได้เสด็จดับขันธปรินิพพาน และเมื่อประมุขเจ้ามัลละจะทรงพยายามจุดไฟที่จิตกาธานเพื่อถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ แต่ไม่อาจจุดไฟให้ติดได้ แต่ทันทีที่พระมหากัสสปะได้เดินทางมาถึงและได้ถวายอภิวาทพระยุคลบาทพระพุทธเจ้าด้วยเศียรเกล้าเรียบร้อย จิตกาธานก็ติดไฟลุกโพลงขึ้นเองอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งวันนั้นนับเป็นวันเสด็จดับขันธปรินิพพาน ครบ ๗ วันบริบูรณ์ เป็นต้น เหตุการณ์มหัศจรรย์ผูกพันกับตัวเลข จึงมีอิทธิพลต่อคติความเชื่อและนำเลข ๗ มาบูรณาการต่อบุคคล เหตุการณ์และผลงานการกระทำของคนในเรื่องต่าง ๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
๗ เศียร หมายถึง วิสุทธิ ๗ ประการ (ศีลวิสุทธิ จิตตวิสุทธิ ทิฏฐิวิสุทธิ กังขาวิตรณวิสุทธิ มัคคมัคคญาณทัสสนวิสุทธิ ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ ญาณทัสสนวิสุทธิ) อันเป็นธรรมเครื่องแสดงความหมดจด ความบริสุทธิ์ที่สูงขึ้นไปเป็นขั้น ๆ โดยลำดับจนบรรลุจุดหมายคือนิพพาน ดุจรถ ๗ ผลัดส่งต่อกันในบุคคลถึงที่หมายฉะนั้น 
๙ เศียร อาจเกิดมาจากความเชื่อที่ว่าเลข ๙ เป็นตัวเลขมงคล มีคำพ้องเสียงกับคำว่า ก้าว หมายถึงความเจริญก้าวหน้า อันเป็นสิริมงคลต่อชีวิตของบุคคล
๙ เศียร หมายถึง โลกุตรธรรม ๙ ประการ อันเป็นธรรมขั้นสูงในพระพุทธศาสนา ได้แก่ มรรค ๔ ผล ๔ และนิพพาน ๑
ดังนั้น หากไม่นับเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ของผู้ที่มีบุญบารมีเต็มเปี่ยมแล้ว ก็คงมุ่งเป็นธรรมาธิษฐาน ซึ่งความหมายก็แล้วแต่ท่านผู้รู้จะตีความ ทั้งนี้โดยมีจุดมุ่งคือการถวายพระเกียรติคุณเป็นพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติทั้งสิ้น
****เปิดให้บูชา พร้อมครอบแก้วสวยงามมาก****
อัพเดทเมื่อ : 4 มกราคม 2561 07:05:31
จำนวนผู้ชม : 794 ครั้ง


หน้าแรก  |  รายการพระเด่นร้านค้า  |  รายการพระเครื่อง  |  ร้านพระเครื่อง  |  ติดต่อโฆษณา

Copyright 2013 - 2019  ©  www.spirit-pra.com
เบอร์โทรศัพท์. 086-3962846    E-mail: spiritpra.wm@gmail.com